<?xml version="1.0" encoding="ISO-8859-1"?>

<!DOCTYPE rss PUBLIC "-//Netscape Communications//DTD RSS 0.91//EN"
 "http://my.netscape.com/publish/formats/rss-0.91.dtd">

<rss version="0.91">

<channel>
<title>E-learning จัดสอบ อบรมภาษาอังกฤษ ออแกไนเซอร์</title>
<link>http://www.srichan.com</link>
<description>Srichan.com Powered Site</description>
<language>en-us</language>

<item>
<title>นอนไม่หลับจะทำอย่างไร?</title>
<link>http://www.srichan.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=93</link>
<description><strong><font color="#0000ff">วิธีแก้การนอนไม่หลับ</font></strong><strong><br /></strong><div><br /><font color="#ff3366">ใครที่เคยมีอาการเข้านอนแล้วหลับยากหรือตื่นกลางดึกแล้วหลับต่อไม่ได้หรือตื่นเช้ามืดกว่าปกติแล้วหลับต่อไม่ได้ หรือ หลับๆ ตื่นๆ ทั้งคืน ระวังเสี่ยงเป็นโรคนอนไม่หลับ<br /></font>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp; <font color="#336666">อาการนอนไม่หลับ เป็นอาการอย่างหนึ่งที่พบได้ในโรคทางกายหลายชนิด โรคทางจิตเวชหลายโรค หรือ อาจมีสาเหตุจากยาบางชนิด จากสารบางอย่างที่ออกฤทธิ์กระตุ้นสมอง</font></strong> เช่น สารคาเฟอีนที่มีอยู่ในชา กาแฟ น้ำอัดลมที่มีสีดำ (เช่น โคล่า แป๊บซี่) เครื่องดื่มชูกำลังหลายยี่ห้อ นอกจากนี้การดื่มสุราอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานก็จะทำให้นอนไม่หลับ<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong> <font color="#ff3300">อาการนอนไม่หลับมีหลายรูปแบบ</font></strong> ตั้งแต่ เข้านอนแล้วหลับยาก หรือ ตื่นกลางดึกแล้วหลับต่อไม่ได้ หรือ ตื่นเช้ามืดกว่าปกติแล้วหลับต่อไม่ได้ หรือ หลับๆ ตื่นๆ ทั้งคืน ซึ่งผู้ที่นอนไม่หลับหรือหลับไม่เพียงพอ มักจะมีอาการอ่อนเพลียในตอนกลางวัน สมองไม่ปลอดโปร่ง อาจหงุดหงิด อาจง่วงซึม หรือหลับมากในตอนกลางวัน ประสิทธิภาพในการเรียน การทำงานลดลง <strong>นอกจากนี้อาจมีอาการของโรคต่าง ๆ ที่เป็นสาเหตุของอาการนอนไม่หลับด้วย เช่น ตอนกลางคืนนอนกรนเสียงดัง หรืออาจหยุดหายใจเป็นพัก ๆ หรืออาจมีอาการของโรคซึมเศร้า คือรู้สึก</strong>ซึม เศร้า เบื่อหน่าย ท้อแท้ หดหู่ เบื่ออาหาร เบื่อชีวิต คิดอยากตาย <br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <font color="#ff3333"><strong>วิธีการดูแลตัวเอง เพื่อให้นอนหลับฝันดีไปตลอดทั้งคืน</strong><br /></font>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong> </strong><strong><strong><font color="#6600ff">1. เริ่มแรก ค้นหาสาเหตุ</font></strong></strong> และกำจัดสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ ถ้าเจ็บป่วยด้วยโรคทางกาย หรือโรคทางจิตเวช ก็ต้องรักษาโรคเหล่านั้นให้ดีขึ้น อาจใช้ยาช่วยให้นอนหลับในช่วงเริ่มต้นและใช้ยาเป็นระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น เมื่อความเจ็บป่วยทางร่างกายหรือความเจ็บป่วยทางจิตเวชดีขึ้น อาการนอนไม่หลับก็จะหมดไป และสามารถนอนหลับได้ดีขึ้น<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;<font color="#6600ff"> </font></strong><strong><font color="#6600ff"><strong>2. การดื่มน้ำ</strong> ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้วจะช่วยให้ระบบทำงานต่าง ๆ ในร่างกายดีขึ้น ยกเว้น ก่อนนอน แต่อาจเปลี่ยนเป็นการดื่มนมอุ่น ๆ 1 แก้ว หรือรับประทานกล้วย 1 ผล ก็ช่วยให้หลับได้ดีขึ้น<br /></font>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;</strong><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong><strong><strong>3<font color="#6600ff">. ห้องนอน ควรใช้สีอ่อน ๆ ดูสบายตาในการตกแต่ง</font></strong></strong><font color="#6600ff"> อย่าง สีโทน Pastel จัดห้องนอนให้เหมาะแก่การนอนหลับ เช่น ไม่ร้อนเกินไป ไม่หนาวหรือเย็นเกินไป ไม่ให้มีเสียงดังอึกทึก ควรมีบรรยากาศที่สงบเงียบ อาจมีเสียงเพลงเบาๆ เป็นต้น และควรใช้ห้องนอนสำหรับการนอนเท่านั้น ไม่ใช้ห้องนอนทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น รับประทานอาหาร เล่นเกมส์ต่างๆ ร่วมกัน<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>4. มื้อเย็นควรหลีกเลี่ยง อาหารรสเผ็ดจัด</strong> มิฉะนั้นอาจเกิดอาการจุดเสียดปวดท้องและทำให้นอนไม่หลับได้&nbsp;<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong><strong><strong>5. การออกกำลังกาย</strong></strong> หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหนักในตอนเย็น หรือก่อนนอน ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอในตอนเช้า สัปดาห์ละ 3-4 วัน วันละ 20-30 นาที จะช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น และหลับได้ดีขึ้นในตอนกลางคืน การออกกำลังกายแต่พอเหมาะจะทำให้ดีต่อสุขภาพและช่วยให้หลับสบาย แต่ทางที่ดีควรทำให้เสร็จก่อนนอน 3 ชั่วโมง ไม่งั้นอาจทำให้ประสาทตื่นตัวและนอนไม่หลับได้ <br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong><strong><strong>6. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่กระตุ้นสมอง</strong></strong> เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลมที่มีสีดำ (เช่น เป๊ปซี่ โคล่า) เครื่องดื่มชูกำลังต่าง ๆ ในตอนบ่าย ตอนเย็น หรือช่วงก่อนนอน แน่นอนว่าเครื่องดื่มเหล่านี้มีส่วนทำให้นอนไม่หลับเนื่องจากมีคาเฟอีนอยู่ คนที่นอนไม่ค่อยหลับ ไม่ควรดื่มแต่ถ้าห้ามใจไม่ได้ก็ดื่มแบบไม่มีคาเฟอีนดีกว่า<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;&nbsp;</strong><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong><strong><strong>7. วิตามิน ซี ดี บีรวม และแคลเซียมมีผลต่อระบบประสาท</strong></strong> ทั้งยังช่วยลดความกระวนกระวายได้ <br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>8. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์</strong> ทั้งสุรา เหล้า เบียร์ ไวน์ อย่างต่อเนื่องทุกวัน เพราะมีสารเคมีที่ออกฤทธิ์ต่อสมองทำให้นอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิทได้ในกรณีที่ดื่มติดต่อกันนานๆ ถ้าทำได้อาจช่วยให้ง่วงและนอนหลับได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าดื่มจะส่งผลต่อประสาทและอาจทำให้ฝันร้ายได้<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 9</strong><strong><strong>. จิตใจฟุ้งซ่าน</strong></strong> ย่อมทำให้นอนไม่หลับ ลองนั่งสมาธิ หรือทำโยคะดูจะช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น หรือจะนอนนับแกะก็ได้<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>10. หลีกเลี่ยงการดูภาพยนตร์</strong> รายการโทรทัศน์ หรือเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ ที่ตื่นเต้นในช่วงก่อนเข้านอน<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>11. ถ้าเข้านอนไปแล้วประมาณ 20-30 นาที ยังนอนไม่หลับ ไม่ควรข่มตาให้หลับ</strong> ควรจะลุกออกจากเตียงไปทำกิจกรรมเบาๆ ที่ส่งเสริมให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น เช่น อ่านหนังสือผ่อนคลายสมอง อ่านหนังสือบันเทิง ฟังเพลงเย็นๆ อ่านหนังสือธรรมะ ฟังเทปธรรมะ เป็นต้น<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong></font><strong><font color="#6600ff"><strong>12. พยายามตื่นนอนให้เป็นเวลาเดียวกันทุกวัน</strong> รวมถึงวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดต่างๆ ด้วย วิธีนี้จะช่วยให้วงจรการหลับ-การตื่นของคนเราให้ทำงานได้ดี ไม่เกิดปัญหา<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong><strong>13. ยาช่วยให้นอนหลับ</strong></strong> ควรรับประทานเป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ไม่ควรใช้ยาต่อเนื่องนานเกิน 2-6 สัปดาห์ เพราะอาจทำให้ติดยา เกิดภาวะดื้อยา ต้องพึ่งยาตลอดไป อาจทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อม หรือความจำถดถอยลงได้<br /></font>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ถ้าคุณอยากหลับสบายทั้งคืน คุณลองสังเกตและลดพฤติกรรมที่จะเสี่ยงต่อการเกิดโรคนอนไม่หลับ เพียงแค่นี้คุณก็จะนอนหลับสบายทั้งคืน แถมยังมีสุขภาพที่ดีตามมาด้วย....<br />&nbsp;<a href="http://www.dailynews.co.th/dailynews/pages/front_th/popup_news/Default.aspx?ColumnId=36020&NewsType=2&Template=1" target="_blank">&nbsp;</a>&nbsp;<br /><br /><br /><a href="http://www.dailynews.co.th/dailynews/pages/front_th/popup_news/Default.aspx?ColumnId=36020&NewsType=2&Template=1" target="_blank"></a><br /><div><br /></div></strong></strong></div></description>
</item>

<item>
<title>ขอแจ้งข่าวสำหรับบุคลากรสช.ทุกท่าน</title>
<link>http://www.srichan.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=92</link>
<description><div><font size="+0"><font face="times new roman,times,serif" size="3">เรียน ครู/ผู้สอนบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนเอกชน ข้าราชการสำนักบริหารงาน</font></font><font face="times new roman,times,serif"><font size="3">คณะกรรมการ<br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ส่งเสริมการศึกษาเอกชน<br />ขณะนี้สถาบันภาษา และ สช. ร่วมกันจัดหลักสูตร การอบรมทักษะการสื่อสารระดับสูง Advanced Leve ซึ่งจะจัดครั้งสุดท้าย คือวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ 19-20 มิย. และ 26-27 มิย. 2553 โดยจะรับผู้เข้าอบรมจำนวน 225 คน โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้<br /></font></font></div><br /><div><font face="times new roman,times,serif"><font size="3">1.&nbsp; เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ&nbsp; เพื่อการสื่อสารรวมทั้งวัฒนธรรมและประเพณีต่างประเทศ ให้แก่ ครู/ผู้สอน และบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนเอกชนรวมทั้งข้าราชการในสังกัดสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา<br /></font></font></div><br /><font size="+0"><font face="times new roman,times,serif"><font size="3"><font size="4"><font size="3">2.</font>&nbsp;</font><font size="4">&nbsp;</font>เพื่อส่งเสริมให้ครู/ผู้สอน และบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนเอกชนได้นำความรู้ ความ&nbsp; <br /></font></font></font><font face="times new roman,times,serif"><font size="3">สามารถที่ได้รับจากการฝึกอบรมไปใช้ในการสื่อสาร และ/หรือ พัฒนาการจัดการเรียนการสอน<br /><br /></font></font><div><font color="#990066">สำหรับที่สังสช.ที่สนใจ กรุณาติดต่อโดยตรงได้ที่ศรีจันทร์&nbsp; ตันตินีรนาท<br />โทรศัพท์ 086-322-5360<br /></font></div><br /></description>
</item>

<item>
<title>ภาษาอังกฤษวันละนิด เพื่อชีวิตที่แจ่มใส</title>
<link>http://www.srichan.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=88</link>
<description><div><font color="#ff0066" face="tahoma,arial,helvetica,sans-serif"><font color="#6600ff"><strong><font size="3">วันนี้น้องบ๊อะจังมีเรื่องราวดีๆ จะมานำเสนอให้เพื่อน ๆ ได้อ่านและทำความเข้าใจกับประโยคภาษาอังกฤษที่น่าสนใจ <font color="#ff3366"><font color="#ff0066">ซึ่งจัดทำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชลาธิป ชาญชัยฤกษ์ จาก สถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</font>&nbsp;</font>&nbsp;</font><font size="3"><font color="#336600">คอลัมน์นี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์ให้กับบุคคลทั่วไป โดยตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์มติชนทุกวันอาทิตย์ เพื่อน ๆ สนใจสามารถติดได้ตามได้ จากหนังสือพิมพ์ดังกล่าว </font><font color="#3333ff">หรือหากมีข้อซัก</font></font></strong></font><font color="#3333ff" size="3"><strong>ถาม สามารถสอบถามได้โดยตรงที่&nbsp;E-mail: </strong></font></font><a href="mailto:cu-chalatip@hotmail.com"><font color="#3333ff" size="3" face="tahoma,arial,helvetica,sans-serif"><strong>cu-chalatip@hotmail.com</strong></font></a><font color="#3333ff" size="3" face="tahoma,arial,helvetica,sans-serif"><strong> ค่า....<img border="0" src="includes/tiny_mce/plugins/emotions/images/smiley-cool.gif" />&nbsp;และสามารถดาวน์โหลดได้เลยนะคะ<br /><br />1.<a title="24X7" href="images/englishtoday/24X7.jpg" target="_blank">24x7</a>&nbsp;<br />2.<a title="A day late and a dollar short" href="images/englishtoday/A%20day%20late%20and%20a%20dollar%20short.jpg" target="_blank">A day late and a dollar short</a><br />3.<a title="A storm is brewing" href="images/englishtoday/A%20storm%20is%20brewing.jpg" target="_blank">A storm is brewing</a>&nbsp;<br />4.<a title="American Dream" href="images/englishtoday/American%20Dream.jpg" target="_blank">American Dream</a>&nbsp;<br />5.<a title="An overnight sensation" href="images/englishtoday/An%20overnight%20sensation.jpg" target="_blank">An overnight sensation</a>&nbsp;<br />6.<a title="Are you free to talk" href="images/englishtoday/Are%20you%20free%20to%20talk.jpg" target="_blank">Are you free to talk</a><br />7.<a title="What's up" href="images/englishtoday/What's%20up.jpg" target="_blank">What's up</a>&nbsp;<br />8.<a title="In the flesh" href="images/englishtoday/In%20the%20flesh.jpg" target="_blank">In the flesh</a>&nbsp;<br />9.<a title="LOL" href="images/englishtoday/LOL.jpg" target="_blank">LOL</a>&nbsp;<br />10.<a title="Look who's talking!" href="images/englishtoday/Look%20who's%20talking!.jpg" target="_blank">Look who's talking</a>&nbsp;<br />11.<a title="Love is in the air" href="images/englishtoday/Love%20is%20in%20the%20air.jpg" target="_blank">Love is in the air</a>&nbsp;<br />12.<a title="Moonwalk" href="images/englishtoday/Moonwalk.jpg" target="_blank">Moonwalk</a>&nbsp;<br />13.<a title="Neverland" href="images/englishtoday/Neverland.jpg" target="_blank">Neverland</a>&nbsp;<br />14.<a title="Rain or Shine" href="images/englishtoday/Rain%20or%20Shine.jpg" target="_blank">Rain or Shine</a>&nbsp;<br />15.<a title="Chic" href="images/englishtoday/Chic.jpg" target="_blank">Chic</a>&nbsp;<br />16.<a title="Chill" href="images/englishtoday/Chill.jpg" target="_blank">Chill</a>&nbsp;<br />17.<a title="Santa Claus" href="images/englishtoday/Santa%20Claus.jpg" target="_blank">Santa Claus</a>&nbsp;<br />18.<a title="swine" href="images/englishtoday/swine.jpg" target="_blank">swine</a>&nbsp;<br />19.<a title="Tell me about it!" href="images/englishtoday/Tell%20me%20about%20it!.jpg" target="_blank">Tell me about it!</a>&nbsp;<br />20.<a title="Text Talk" href="images/englishtoday/Text%20Talk.jpg" target="_blank">Text Talk</a>&nbsp;<br />21.<a title="The Biggest Loser" href="images/englishtoday/The%20Biggest%20Loser.jpg" target="_blank">The Biggest Loser</a>&nbsp;<br />22.<a title="To give someone a raspberry" href="images/englishtoday/To%20give%20someone%20a%20raspberry.jpg" target="_blank">To give someone a raspberry</a><br /><br /></strong></font></div></description>
</item>

<item>
<title>ทดลองเรียน ฟรี! (จำนวนจำกัด) หลักสูตรพูดเขียนภาษาอังกฤษใน 1 เดือน</title>
<link>http://www.srichan.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=87</link>
<description><div>วน! ทดลองเรียน ฟรี! (จำนวนจำกัด) &ldquo;หลักสูตรพูดเขียนภาษาอังกฤษใน 1 เดือน&rdquo; กับสถาบันที่รับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการ</div><br /><div>เรียนต่อต่างประเทศ เตรียมตัว เร่งด่วนที่สุด! กับหลักสูตร &ldquo;เพียง 1 เดือนก็พร้อมแล้วสำหรับศึกษาต่อตางประเทศ กับสถาบันที่รับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการ</div><br /><div>&quot;ทำไมต้อง 1 เดือน</div><br /><div>หากคุณรู้สึกว่าเวลาของคุณมีค่า และไม่มีเวลาจะเสียให้กับความล้มเหลวอีกต่อไปแล้ว</div><br /><div>เราเปิดโอกาสให้คุณพิสูจน์เทคนิคการสอนที่เข้าใจง่าย และสูตรสำเร็จในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ</div><br /><div>ซึ่งถ่ายทอด โดยอาจารย์ที่มีประสบการณ์ด้านการสอนภาษา มากกว่า 10 ปีของเรา</div><br /><div>กับหลากหลายรูปแบบการเรียน...ตามที่คุณต้องการ</div><br /><div>เรียนเป็นกลุ่ม เรียนตัวต่อตัว เรียนที่บ้าน ที่ทำงาน ที่สถาบันฯของเรา ตามแต่สะดวก</div><br /><div>เรียนจบรับ Certificate ที่รับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการฟรี</div><br /><div>เรามั่นใจว่าทั้งหมดนี้จะทำให้คุณ &rdquo;สามารถพูด-เขียนภาษาอังกฤษได้จริง&rdquo; ภายใน 1 เดือน</div><br /><div>เชิญมาทดลองเรียนฟรีกับเราเพื่อพิสูจน์ความจริงก่อนการตัดสินใจ</div><br /><div>เปิดทดลองเรียนฟรี! ในวันที่ <strong>26 พ.ย. 2,6,9,12 และ 15 ธ.ค. 2552</strong><br />ร่วมเป็นส่วนหนึ่งและลุ้นรับสิทธิพิเศษมากมายในวันทดลองเรียน ด่วน! รับจำนวนจำกัด<br />จองทดลองเรียนฟรี! ง่ายๆ คลิก&nbsp; <a href="http://www.recovery.ac.th/reserve.php?source=11.09_Tul">http://www.recovery.ac.th/reserve.php?source=11.09_Tul</a></div><br /><div><strong>สำรองที่นั่งเพื่อทดลองเรียน</strong>ได้ตามวันที่ระบุ วันธรรมดาตั้งแต่เวลา 10:00-20:00 / เสาร์อาทิตย์ 8:30-18:00น. (เปิดทำการทุกวัน)<br /><strong>สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม&nbsp; เพียงโทรมาที่&nbsp; 0 2233 1900-5&nbsp; Call Center </strong></div><br /><div><a href="http://www.recovery.ac.th/">www.recovery.ac.th</a>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; E-mail : <a href="mailto:marketing@recovery.ac.th">marketing@recovery.ac.th</a><br />หรือ <a href="mailto:info@recovery.ac.th">info@recovery.ac.th</a></div><br /><div>เส้นทางสู่ความสำเร็จรอคุณอยู่ <br />ที่ Recovery Language School</div><br /><div><a>หรือ เรียนตัวต่อตัว และ เป็นกลุ่มย่อย ติดต่อ คุณ เอ็สเวิร์ด </a><br /></div><div><br /><div>ด่วน! จำนวนจำกัด โทร 02 2331900<br /></div></div></description>
</item>

<item>
<title>7 นาที กับ 7 วัน</title>
<link>http://www.srichan.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=86</link>
<description><strong><font size="2">ออกกำลังโดยไม่มีเหงื่อ ปฏิบัติอย่างแข็งขันวันละ 7 นาที 7 วัน<br /></font><img border="0" align="middle" src="images/health/7minite.png" width="216" height="195" /><br /><br />วารสารโรคซึ่งเกิดจากต่อมไร้ท่อพร่อง ชี้ออกกำลังกาย นานแค่ 7 นาที ใน 7 วัน ป้องกันโรคเบาหวานได้ ขณะที่เบาหวานอยุ่ในคนกว่า ถึง 246 ล้านคน และเสียชีวิตร้อยละ 6 ต่อปี...</strong><br /><br />วารสารวิชาการ <strong>&quot;โรคซึ่งเกิดจากต่อมไร้ท่อพร่อง&quot;</strong> ของเมืองน้ำชา รายงานแจ้งว่า&nbsp; ผู้เชี่ยวชาญการออกกำลังศึกษาพบว่า&nbsp; ไม่จำเป็นต้องออกกำลังมากเกินไป ชั่วแต่ออกกำลังอย่างแข็งขัน<strong> วันละนานแค่ </strong><strong>7 นาที ใน 7 วัน</strong>ก็พอ จะป้องกันโรคเบาหวาน โดยจะควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือดได้<br /><br /><strong>นายเจมส์ ทิมมอนส์ นักชีววิทยาการออกกำลัง มหาวิทยาลัยเฮเรียตวัตต์ ที่นครเอดินเบอระ ผู้ศึกษากล่าวว่า</strong> <br /><br />การออกกำลังเพียงระยะสั้นๆขนาดนี้ จะไม่ ทำให้เสียเหงื่อเลย <strong>&quot;เราจะสามารถปฏิบัติเพียงแค่นี้ ให้ได้ประโยชน์ป้องกันโรคเบาหวาน เท่ากับที่ต้องออกกำลังนานหลายชั่วโมงในแต่ละอาทิตย์&quot;</strong> ทุกวันนี้โรคเบาหวานแบบที่ 2 ได้เบียดเบียนชาวโลกโดยประมาณมากถึง 246 ล้านคน และเสียชีวิต ลงปีหนึ่งๆถึงร้อยละ 6 <strong>ผู้ป่วยจำเป็นจะต้องควบคุมอาหารและออกกำลังอย่างหนักหน่วงติดต่อกัน</strong> ถึงจะพอมีอาการทุเลาลงได้ ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่อาจปฏิบัติได้.</description>
</item>

<item>
<title>อัมพาตเพราะน้ำอัดลม</title>
<link>http://www.srichan.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=85</link>
<description><div align="center"><strong>อัมพาต เพราะน้ำอัดลม</strong><strong> </strong></div><br /><div align="center"><br /><div align="center">&nbsp;&nbsp;&nbsp; ดร.โมเสส เอลิซาฟ อายุรแพทย์ หัวหน้าทีมวิจัยจากมหา- วิทยาลัยไอโออันนินา เผยว่า<strong> การดื่มน้ำอัดลมมากๆ (โดยเฉพาะ น้ำสีดำ) กำลังจะเป็นปัญหาใหญ่ เพราะนอกจากทำลายฟัน ทำให้ กระดูกผุ </strong>ส่งผลถึงระบบเมตาโบลิซึม และเป็น<strong>สาเหตุของเบาหวาน</strong>แล้ว ยังก่อให้เกิดภาวะไฮโปคาเลเมียหรือโพแทสเซียมในเลือดต่ำ ทำให้ กล้ามเนื้ออ่อนเพลีย ไม่มีแรง จนอาจถึงขั้นอัมพฤกษ์ อัมพาตอีกด้วย <br />&nbsp;&nbsp;&nbsp; จากการเก็บข้อมูลในผู้ป่วยที่ดื่ม <strong>น้ำอัดลมวันละ </strong><strong>2 - 9 ลิตรต่อวันต่อเนื่อง เป็นประจำ พบว่า คนไข้มาพบหมอด้วย อาการเหนื่อยล้า กล้ามเนื้อไม่มีแรง ไม่อยากอาหาร คล้ายจะอาเจียนตลอดเวลา</strong> ผลการตรวจเลือดพบ โพแทสเซียมในเลือดต่ำและมีภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตันร่วมด้วย แต่หลังจากให้หยุดดื่มน้ำอัดลมและหันมารับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียมแล้ว พบว่า อาการป่วยดังกล่าวหายไป <br />&nbsp;&nbsp;&nbsp; ประมาณการกันว่า ในแต่ละปีคนทั้งโลกดื่มน้ำอัดลมราว 500 ล้านลิตร หรือประมาณ 80 ลิตรต่อ คน และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะชาวอเมริกันที่ดื่มกันมากถึงคนละ 200 ลิตรต่อปี <br />&nbsp;&nbsp;&nbsp; รู้อย่างนี้แล้วลดปริมาณการดื่มลงบ้างเพื่อ สุขภาพที่ดีกว่าค่ะ <br /></div><div><br /></div></div></description>
</item>

<item>
<title>ว่าด้วยการปรนเปรอ</title>
<link>http://www.srichan.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=84</link>
<description><strong>คนโง่ เอาแต่ใจตนเอง&nbsp;&nbsp;</strong><strong>&nbsp;จึงได้รับความสะใจเป็นผล และความรังเกียจเป็นรางวัล<br /><br /><br />&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong><strong>คนฉลาด เอาใจคนอื่น&nbsp;</strong><strong>&nbsp; จึงได้รับความลำบากเป็นผล และความรัก ความเห็นใจเป็นรางวัล<br /><br /><br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong><strong>คนเจ้าปัญญา ไม่เอาทั้งสองอย่าง&nbsp;</strong><strong> เพราะรู้ชัดว่าคือกิเลสหรือตัณหาทั้งคู่<br /><br />แต่เอาสัจจะที่ก่อให้เกิดประโยชน์สุขสำหรับทุกฝ่ายเป็นที่ตั้ง&nbsp;&nbsp; เขาจึงได้รับคุณค่าเป็นผล และได้รับความสุขเป็นรางวัล<br /><br /><br />&nbsp;&nbsp; คัดจากหนังสือ คนโง่ คนฉลาด คนเจ้าปัญญา โดย ไชย ณ พล</strong></description>
</item>

<item>
<title>ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า</title>
<link>http://www.srichan.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=83</link>
<description><strong>วันนี้น้องเบ๊อะจัง มีเรื่องดี ๆ มาฝากเผื่อวัดหยุดต่อเนื่องกันหลายวัน และมีเพื่อนๆ อยากไปเที่ยวต่างประเทศโดยไม่ต้องทำวีซ่าให้ยุ่งยากกัน ก็จะมีประเทศดังต่อไปนี้ค่า....<br /></strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; มีหลายประเทศที่รัฐบาลทำความตกลงเอาไว้เพื่อให้เดินทางไปมากันได้สะดวก และมีอีกหลายประเทศที่อำนวยความสะดวกให้คนไทยเป็นพิเศษ ปัจจุบัน (27 มี.ค. 2550) มีอยู่ 18 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ ที่ผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของไทยสามารถเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวได้โดย ไม่ต้องขอวีซ่า ได้แก่<br />&nbsp;อาร์เจนติน่า (อยู่ได้ 90 วัน) <br /><ol><li>บาห์เรน (อยู่ได้ 14 วัน) <br /></li><li>บราซิล (อยู่ได้ 90 วัน) <br /></li><li>บรูไน (อยู่ได้ 14 วัน) <br /></li><li>ชิลี (อยู่ได้ 90 วัน) <br /></li><li>ฮ่องกง (อยู่ได้ 30 วัน) <br /></li><li>อินโดนีเซีย (อยู่ได้ 30 วัน) <br /></li><li>เกาหลีใต้ (อยู่ได้ 90 วัน) <br /></li><li>ลาว (อยู่ได้ 30 วัน) <br /></li><li>มาเก๊า (อยู่ได้ 30 วัน) <br /></li><li>มาเลเซีย (อยู่ได้ 30 วัน) <br /></li><li>มัลดีฟส์ (อยู่ได้ 30 วัน) <br /></li><li>เปรู (อยู่ได้ 90 วัน) <br /></li><li>ฟิลิปปินส์ (อยู่ได้ 21 วัน) <br /></li><li>รัสเซีย (อยู่ได้ 30 วัน) <br /></li><li>สิงคโปร์ (อยู่ได้ 30 วัน) <br /></li><li>แอฟริกาใต้ (อยู่ได้ 30 วัน) <br /></li><li>เวียดนาม (อยู่ได้ 30 วัน)<br /></li></ol>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการ ปัจจุบันรัฐบาลไทยก็มีความตกลงกับ 39 ประเทศให้สามารถเดินทางไปราชการได้โดยไม่ต้องใช้ Visa รายชื่อประเทศดูได้ใน www.consular.go.th ในหน้าของกองตรวจตราฯ<br /><div><br /></div></description>
</item>

<item>
<title>วิธีรักษาโรคงอน...</title>
<link>http://www.srichan.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=82</link>
<description><strong>&quot;</strong><strong>โรคงอน&quot;</strong><strong> </strong><strong>เป็นโรคระบาดที่ร้ายแรง</strong><strong> <br /></strong><strong>ติดต่ออย่างรวดเร็วขยายตัวเป็นวงกว้างในแนวราบ</strong><strong> <br /></strong><strong>ยังไม่พบวัคซีนหรือยารักษา</strong><strong> <br /></strong><strong>ผู้ป่วยมีอาการ</strong><strong> </strong><strong>&ldquo;</strong><strong>หน้างอ</strong><strong>&rdquo; <br /></strong><strong>และบางรายที่อาการหนักจะมีอาการหน้าดำ</strong><strong> <br /></strong><strong>แทรกซ้อนด้วย หูแข็ง</strong><strong> <br /></strong><strong>ฟังอะไร ขัดหูขัดใจไปหมด</strong><strong> <br /></strong><strong>ตาขวาง น้ำลายไหลเล็กน้อยพองาม (...</strong><strong> </strong><strong>จริงอ่ะ)</strong><strong><br /></strong><strong>ยังไม่พบหลักฐานที่แน่นอน ว่าผู้ใดนำเชื้อมาปล่อย</strong><strong> <br /></strong><strong>โรคนี้ส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายสูง มือไม้สั่น</strong><strong> <br /></strong><strong>ผู้ป่วยที่อาการหนักอาจถึงขั้นชักดิ้นชักงอ</strong><strong> <br /></strong><strong>การปฐมพยาบาลเบื้องต้น</strong><strong> <br /></strong><strong>ควรสังเกตอาการผู้ป่วย</strong><strong> <br /></strong><strong>ว่างอนอยู่ในระดับไหน</strong><strong> <br /></strong><strong>ถ้างอนน้อยๆ ให้รีบง้อ</strong><strong> <br /></strong><strong>ผู้พบเห็นทั่วไปควรเอาใจใส่ต่อผู้ที่ติดเชื้อในระยะเริ่มแรก</strong><strong> <br /></strong><strong>จะทำให้อาการไม่ลุกลาม และสามารถรักษาหายได้</strong><strong> <br /></strong><strong>สำหรับผู้ป่วยที่อาการหนัก</strong><strong> <br /></strong><strong>ผู้ง้อ</strong><strong> </strong><strong>ควรได้รับการฝึกสอนและเป็นผู้ชำนาญการง้อเป็นพิเศษ</strong><strong> <br /></strong><strong>เพราะผู้ป่วยจิตใจอ่อนแอ</strong><strong> </strong><strong>เปราะบางแตกหักง่าย</strong><strong> <br /></strong><strong>ต้องการความเอาใจใส่</strong><strong> </strong><strong><br /></strong><div class="MsoNormal"><strong>หลังได้รับการรักษาผู้ป่วยที่หายแล้ว</strong><strong> <br /></strong><strong>ยังสามารถอาการกำเริบได้ทุกเวลา</strong><strong> <br /></strong><strong>ผู้ใกล้ชิดต้องให้ความรักและความเข้าใจ</strong><strong> <br /></strong><strong>หากความรักและความเข้าใจลดน้อยลงเมื่อไหร่ อาการงอนจะกำเริบ</strong><strong> <br />&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong><strong>หมายเหตุ</strong><strong> <br /></strong><strong>พบมากในกลุ่มคนที่มีความสวย และความน่ารัก</strong><strong> <br /></strong><strong>สำหรับผู้ไม่สวยและไม่น่ารัก</strong><strong> <br /></strong><strong>จะเรียกอาการเดียวกันนี้ว่า</strong><strong> </strong><strong>น่าเบื่อ น่ารำคาญ</strong><strong> <br /></strong><strong>จะปล่อยไปตามยถากรรม ( กำ เจง ๆ</strong><strong> )<br /></strong><strong>ไม่มีการปฐมพยาบาลใดๆ ทั้งสิ้น</strong><strong>&nbsp;</strong></div><br /></description>
</item>

<item>
<title>เสน่ห์....ของความแตกต่าง </title>
<link>http://www.srichan.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=81</link>
<description><strong>เรื่องของคน 2 คน&hellip;..ที่แตกต่างกันเกือบทุกด้าน </strong><br /><strong>ยกเว้น....ความรู้สึกที่มีให้กัน </strong><br /><strong>เขาชอบดำ.......เธอชอบขาว </strong><br /><strong>เขาชอบเพลงใต้ดิน........เธอฟังเพลงสบายๆ </strong><br /><strong>เขาตัวสูง........เธอไม่สูง </strong><br /><strong>เขาเรียนไม่เก่ง.....เธอท็อปเกือบทุกวิชา </strong><br /><strong>เขาเก่งกีฬา......เธอไม่เคยวิ่งทันใครเค้า </strong><br /><strong>เขาชอบเสียงเครื่องยนต์.....เธอเกลียดความเร็ว</strong> <br /><strong>เขาชอบฝน......เธอกลัวเสียงฟ้าร้อง <br />เขาเป็นคนเงียบๆ ไม่เรื่องมาก<br />เธอร่าเริงและจำเป็นต้องมีคนอยู่รอบด้าน <br />เขาเก็บความรู้สึกและระบายลงสมุดบันทึก<br />เธออ่อนไหว ขี้เหงา และช่างรู้สึก <br />เขาน้ำตาซึมเพราะมองไม่เห็นค่าของตัวเอง<br />เธอร้องไห้ให้ความเดียวดายที่เกาะกุมหัวใจ<br />เขาชอบเก็บตัวอยู่คนเดียวในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ<br />เธอชอบมิตรภาพที่ใครต่อใครมอบให้ <br />แต่กระนั้น &hellip;&hellip;.. <br />ผู้คนมากมายที่รายล้อมก็ไม่ได้ทำให้เธอหายว้าเหว่ <br />ทุกครั้งที่เขาเหงา&hellip;&hellip;.. <br />เธอจะนั่งอยู่ข้างๆโดยไม่เรียกร้องความสนใจ <br />ทุกครั้งที่เธอร้องไห้ &hellip;&hellip;&hellip;.เขาไม่มีคำปลอบโยน <br />เพียงแค่กุมมือเธอไว้ <br />ทุกครั้งที่เขามองเห็นเงาตัวเองในกระจก <br />&hellip;..เขาจะเห็นเพียงผู้ชาย...ที่ไร้ความสามารถ <br />และไม่มีความสำคัญกับใคร <br />แต่เธอกลับมองเห็นผู้ชายคนนึง.....ที่สามารถปกป้องเธอได้ <br />และมีค่ามากมายสำหรับเธอ <br />ทุกครั้งที่ฝนตก &hellip;&hellip;.เธอจะนั่งหลบอยู่ในมุมหนึ่งของห้อง <br />ฝนพัดพาความเหงามาให้ เสียงฟ้าร้องเรียกความกลัวมาใกล้ <br />แต่ทุกครั้งที่ฝนตก เขาจะโทรศัพท์หาเธอ <br />และจะอยู่ตรงนั้นจนกระทั่งฝนหยุดตก <br />......แม้จะไม่ได้พูดอะไรกันเลยสักคำ <br /></strong><br /><strong>เขาและเธอ.....อยู่ด้วยกันในความเงียบ.....แต่ไม่เคยรู้สึกอึดอัด <br /></strong><br /><strong>เขาและเธอ..อยู่ด้วยกันในความเงียบ...แต่เหมือนกับได้พูดคุยกันตลอดเวลา</strong> <br /><br /><strong>เขาและเธอ.....เหงาด้วยกัน.....แต่กลับรู้สึกอุ่นในใจ <br />เขาและเธอ.....เหงาด้วยกัน.....แต่กลับรู้สึกว่าตัวเองมีค่าขึ้น </strong></description>
</item>

</channel>
</rss>